ศาลเปิดเวทีถก รถคันแรก เล็งใช้ระบบไกล่เกลี่ยเคลียร์คดีเบี้ยวค่างวด 14/06/2556

 โดย...สรวิศ รุ่งเลิศมณีพงศ์    

          รถยนต์คันแรกหนึ่งในโครงการของรัฐบาลที่ได้รับความนิยมจากประชาชนมากที่สุด ถึงกับเป็นเหตุให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายมีกำลังการผลิตไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด

          ทำให้ห้วงที่ผ่านมา มีรถป้ายแดง วิ่งขวักไขว่อยู่บนท้องถนน

          อย่างไรก็ตาม มีความเป็นกังวลว่ารถยนต์คันแรกอาจมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาภายหลัง จากการทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ เช่น ความสามารถในการผ่อนชำระไม่เพียงพอจากปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน จนเกิดการผิดสัญญาเช่าซื้อและถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือปัญหาให้บุคคลใกล้ชิดหยิบยืมสิทธิในการเช่าซื้อรถยนต์แล้วภายหลังเกิดผิดสัญญา ทำให้เสียเครดิตทางการเงินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นคดีขึ้นโรงขึ้นศาลในเวลาต่อมา

          ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จึงได้จัดสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ "รถยนต์คันแรกกับการผิดสัญญาเช่าซื้อ" ในโอกาสที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เปิดทำการครบรอบ 20 ปี เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ในการเช่าซื้อ ผลต่อการเข้าร่วมโครงการ และส่งเสริมให้ตระหนักถึงผลเสียของการผิดสัญญาเช่าซื้อ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ห้องประชุมเนติศร ชั้น 10 อาคารศาลแพ่งกรุงเทพใต้

          โดย นายฉลอง นิ่มเนียม หัวหน้าส่วนคดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ตั้งแต่มีโครงการรถคันแรก กรมสรรพสามิตถูกต่อว่ามาโดยตลอด ความจริงรถคันแรกเป็นโครงการรถยนต์ที่มีเป้าหมายคือให้คนที่เริ่มทำงาน คนชั้นกลาง และผู้ที่มีรายได้น้อย มีโอกาสซื้อรถ ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะช่องโหว่ ทั้งการกำหนดการห้ามซื้อแทนกัน หรือการคืนภาษีของกรมสรรพสามิตต่อผู้ที่เสียชีวิต

          "เราไม่สามารถทราบได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ทั้งที่มีการเตรียมแผนงานไว้เรียบร้อยแต่ไม่สามารถทำตามแผนได้ เพราะมีอุปสรรคทางด้านเอกสารและ ผู้มาใช้สิทธิจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากข้อกำหนดของนโยบาย เช่น หากผู้เช่าซื้อเสียชีวิตก่อนกำหนด 5 ปี นำมาซึ่งปัญหาว่าจะต้องโอนเงินภาษีคืนให้แก่ทายาทของผู้ซื้อเดิมหรือไม่ รวมถึงการให้ผู้อื่นมาเช่าซื้อแทนกัน ก่อให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของกรมสรรพสามิตอย่างมาก" นายฉลองกล่าว

          นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า ทางสมาคมเป็นห่วงเรื่องความสามารถของผู้บริโภคในการเช่าซื้อ เพราะผู้เช่าซื้อขาดการประเมินภาระทางการเงินในอนาคต เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ส่งผลให้ไม่สามารถดูแลและมีกำลังในการชำระหนี้

          "หากโดนยึดรถ ผู้เช่าจะต้องโดนถึงสองเด้ง คือ ต้องคืนรถและต้องชำระหนี้ในส่วนที่เหลือ รวมถึงต้องคืนเงินที่ได้มาแก่รัฐด้วย ดังนั้น ทางแก้จึงควรเข้าไปคุยกับสถาบันการเงิน เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และหาทางทำให้รถไม่ถูกยึดเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าเอง" ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยกล่าว

          ด้านผลพวงกรณีผิดสัญญาเช่า นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวว่า สถิติคดีการผิดสัญญาเช่าซื้อที่เกิดขึ้นแต่ละปี โดยปี 2554 มี 27,481 คดี ปี 2555 มี 32,880 คดี และในห้วงต้นปี 2556 มี 12,336 คดี ซึ่งศาลไม่มีนโยบายให้คุณให้โทษกับใคร ดูที่เจตนาในการแสดงนิติสัมพันธ์ของคู่ความเป็นหลัก ศาลจะคุ้มครองทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

          ทั้งนี้ นายสิทธิศักดิ์อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อว่า การเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าพิเศษตามกฎหมายแพ่ง มีข้อดีคือผู้บริโภคสามารถดูกำลังซื้อว่าสามารถชำระได้หรือไม่ หากชำระหนี้ได้ครบถ้วนจะไม่มีปัญหา แต่หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด และ ผู้ประกอบการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเช่าเองก็จะนำสู่ศาลต่อไป

          "เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระ ศาลต้องพิพากษาไม่ให้ผู้ประกอบการเสียหาย และขาดทุน ซึ่งผู้เช่าซื้อต้องจ่ายส่วนต่างที่ผู้ประกอบการเสียหาย ดอกเบี้ย ที่ผู้ประกอบการเรียกร้องในสัญญา แต่ศาลต้องคุ้มครองผู้บริโภคให้จ่ายด้วยความเหมาะสมและเป็นธรรม เพราะผู้บริโภคที่ผิดสัญญาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่หมดศักยภาพที่จะจ่ายเงิน หากข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการมากเกินกว่าที่ผู้บริโภคจะจ่ายไหว ศาลจำเป็นต้องดูแลในกรณีนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม การพิพากษาที่ยุติธรรมที่สุดในคดีลักษณะนี้คือการไกล่เกลี่ย ซึ่งมีแนวโน้มที่ศาลจะนำมาใช้กับปัญหาการผิดสัญญาเช่าซื้อรถคันแรก" นายสิทธิศักดิ์กล่าว

          นอกจากนี้การผิดสัญญาเช่าซื้อรถคันแรกยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศกำลังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนจากมีเงินและเก็บออม เป็นมีเงินแล้วใช้ ทำให้ไม่มีเงินเก็บแล้วเป็นหนี้ รถยนต์คันแรกถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดหนี้ครัวเรือนด้วย เพราะประชาชนบางส่วนไม่มีกำลังจะจ่ายแต่กู้เงินเพื่อมาใช้หนี้ ซึ่งจะทำให้เป็นหนี้ต่อไปอีก

          "ปัญหาหนี้ครัวเรือนอาจดูไม่รุนแรง เพราะดูเหมือนเป็นปัญหาในวงแคบ แต่หากเกิดขึ้นจำนวนมากและแพร่กระจายเป็นวงกว้างจะมีความรุนแรงที่มากกว่าตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง เพราะหนี้ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเฉพาะนักธุรกิจ หากนักธุรกิจล้ม ระบบยังรอดได้ แต่หากคนล้มหนี้ครัวเรือนมาก ระบบรอดได้ยาก" รองผู้ว่าการธนาคารกล่าว

          เหล่านี้เป็นคำเตือนจากนักกฎหมายและแวดวงเศรษฐกิจ ที่ผู้เช่าซื้อรถยนต์คันแรกควรระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องการผิดสัญญาเช่าซื้อ

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข่าวโดย หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันเสาร์ 8 มิถุนายน 2556

 


 
     
© 2009 - 2013 สงวนลิขสิทธิ์ โดย ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)   การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล  |  ข้อตกลงการใช้บริการ